โบรุสเซียทำสถิติคว้าชัยในบ้านซีซั่นนี้ร้อยเปอร์เซนต์

โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค ทำสถิติคว้าชัยในบ้านซีซั่นนี้ร้อยเปอร์เซนต์ หลังซิวชัยแมตช์ที่ 7 เมื่องัดฟอร์มเด็ด ไล่ตบอาคันตุกะ สตุ๊ดการ์ท นิ่มเท้า 3-0 โดยเกมนี้ทัพ “ม้าขาว” ต้องเหลือแค่ 10 คนท้ายเกมหลัง เอริก ธอมมี่ โดนไล่ออกจากสนาม ส่งผลให้ กลัดบัค เก็บสามแต้มพร้อมรั้งรองจ่าฝูงต่อไป ไล่จี้ “เสือเหลือง” ดอร์ทมุนด์ แค่ 7 คะแนนเท่านั้น

สนาม : โบรุสเซีย พาร์ค

ดีเทอร์ เฮคกิ้ง เทรนเนอร์ “สิงห์หนุ่ม” ปรับเกมรุกถอย ลาร์ส ชตินเดิล ลงมาปั้นเกมแดนกลาง และส่ง อิบราฮิม่า ตราโอเร่ ประสานงานเกมรุกร่วมกับ  ธอร์กกาน อาซาร์ และ อลาสซาน เพลอา ฝั่ง “ม้าขาว”  ที่มี มาร์คุส ไวน์ซีเริ่ล รับบทเทรนเนอร์ ยึดระบบ 3-4-3 ต่อไปจัด  อนาสตาซิออส โดนิส, มาริโอ โกเมซ และ นิโกลัส กอนซาเลซ คอยเข้าทำประตู

 

เปิดฉากมารูปเกมสนุกทันที ม้าขาว เปิดเกมบุกเข้าใส่ มาริโอ โกเมซ โถมโหม่งต่อถึง นิโกลัส กอนซาเลซ ตวัดยิงด้วยซ้ายบอลโด่งข้ามคาน

นาที 14 สิงห์หนุ่ม ลุยตอบโต้ขึ้นมาบ้าง ธอร์กกาน อาซาร์ ลากบอลลุยขึ้นมาแล้วจ่ายให้ อเลสซาน เพลอา ตั้งป้อมยิงหน้าเขตโทษไม่ผ่านมือ รอน-โรเบิร์ต ซีเลอร์ ล้มตัวรับเอาไว้ได้

 

เจ้าถิ่นเริ่มตั้งเกมบุกได้ ลาร์ส ชตินเดิล แทงบอลขึ้นหน้า ธอร์กกาน อาซาร์ สปีดพาบอลเข้าเขตโทษไปยิงหักข้อถูก รอน-โรเบิร์ต ซีเลอร์ ป้องกันไว้ได้อีก

ก่อนจบครึ่งแรก 3 นาที กลัดบัค ชวดได้ประตูออกนำอีกครั้ง ธอร์กกาน อาซาร์ เปิดเตะมุมโค้งเข้าเขตโทษแล้วบอลตกใส่เท้า โทเบียส ชโตรเบิ้ล ตวัดซัดบอลยังไม่ผ่าน รอน-โรเบิร์ต ซีเลอร์ ผวาปัดออกไปได้อีก จบครึ่งแกสกอร์บอร์ดในสนามยังไม่ขยับเสมอกันอยู่ 0-0

 

เข้าสู่ครึ่งหลังเจ้าบ้านลุยหนักมากขึ้น อิบราฮิม่า ตราโอเร่ เปิดลูกเตะมุมเข้ามาจุดนัดพบ มิชาเอล ลัง สลัดหนีตัวประกบมาโหม่งบอลหลุดกรอบไม่เยอะ

กระทั่งนาที 69 เจ้าบ้านได้ประตูปลดล็อคขึ้นนำสำเร็จจากการประสานงานของสองแข้งสำรอง โฟลเรียน นอยเฮาส์ สอดไปเอาบอลในเขตโทษแล้วม้วนตัวตักไปเสาไกลให้ รัฟฟาเอล เทกขึ้นโหม่งบอลกดลงพื้นจมก้นตาข่าย กลัดบัค ออกนำ 1-0

 

อีก 8 นาทีต่อมา มึนเช่นกลัดบัค ได้ประตูย้ำชัย 2-0 อิบราฮิม่า เปิดบอลจากฝั่งขวาเลยไปสาไกล ธอร์กกาน อาซาร์ แตะคืนเข้ากลางถึง โฟลเรียน นอยเฮาส์ ดึงจังหวะหลอกแล้วบรรจงยิงด้วยขวาเสียบมุมเด็ดขาด

 

ช่วงเวลาที่เหลือเจ้าบ้านยังบุกต่อและนาที 83 ทีมเยือนเหลือ 10 คนเมื่อ เอริก ธอมมี่ ตัวสำรอง ไปทำฟาวล์หนักจนถูกใบเหลือง-แดงไล่อออกไป

นาทีถัดมา กลัดบัค ได้ประตูปิดท้าย 3-0 จากจังหวะ เบนฌาแม็ง ปาวาร์ แหย่ขาสกัดบอลพลาดเข้าประตูตัวเองดบลจบเกม มึนเช่นกลัดบัค เก็บสามแต้มตามเป้าด้วยการถล่มชนะ สตุ๊ตการ์ท 3-0 เก็บสามแต้มสำคัญรั้งรองจ่าฝูงต่อไป

 

รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม

มึนเช่นกลัดบัค  : ยาน ซอมเมอร์, มิชาเอล ลัง, นิโค่ เอลเวดี้, โทนี่ ยันท์ชเค่อ, ออสการ์ เวนด์ท, โทเบียส ชโตรเบิ้ล, ลาร์ส ชตินเดิล, เดนิส ซากาเรีย (โฟลเรียน นอยเฮาส์ น.61),  อิบราฮิม่า ตราโอเร่ (ฟาเบียน จอห์นสัน น.78), อลาสซาน เพลอา (รัฟฟาเอล น.61), ธอร์กกาน อาซาร์

สตุ๊ตการ์ท  : รอน-โรเบิร์ต ซีเลอร์,  เบนฌาแม็ง ปาวาร์, ทิโม เบาม์การ์ท , มาร์ค โอลิเวอร์ เคมฟ์, อันเดรียส เบ็ค (เอริก ธอมมี่ น.46), คริสเตียน เกนท์เนอร์,  เดนนิส อาโอโก้, (กอนซาโล่ กาสโตร น.26) เอมิลิอาโน่ อินซูอา, อนาสตาซิออส โดนิส (เลออน เดจากู น.75), นิโกลัส กอนซาเลซ, มาริโอ โกเมซ

ประวัติของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์

ชื่อเต็ม : โมฮาเหม็ด ซาลาห์

วันเกิด : 15 มิถุนายน ค.ศ. 1992 (25 ปี)

เกิดที่ : บาสยูน, ประเทศอียิปต์

สัญชาติ : อียิปต์

ส่วนสูง : 175 เซนติเมตร

ตำแหน่ง : กองหน้า

ประวัติส่วนตัวอย่างย่อ

สำหรับ ซาลาห์ นั้น เขาเริ่มเล่นฟุตบอลครั้งแรกให้กับชุดเยาวชนของ เอล โมคารูน ทีมในลีกของอียิปต์ก่อนที่เจ้าตัวจะแสดงศักยภาพออกมาเรื่อยๆจนไปเตะตาแมวมองของทีม บาเซิ่ล ยอดทีมในศึกสวิตเซอร์แลนด์หลังจากนั้นเจ้าตัวก็โชว์ได้สะเด่าซะเหลือเกินจนย้ายไปอยู่หลายลีกหลายทีมด้วยกันและตอนนี้ ซาลาห์ ได้กลายเป็นแข้งคนสำคัญของสาวก “เดอะ ค็อป” ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เป็นที่เรียบร้อย

เอล โมคารูน (2006/2012)

และหลังจากที่ ซาลาห์ บ่มเพาะฝีมือกับทีมชุดเยาวชนของเอล โมคารูน อยู่ถึง 4 ปีในที่สุดโอกาสในการโลดแล่นบนลีกสูงสุดก็มาถึงเมื่อเขาได้ลงประเดิมสนามในวันนี้ 3 มิถุนายน 2010 โดยลงมาเป็นสำรองในเกมที่เจ๊ากับ เอล มันซูร่า 1-1 ซึ่งจากการลงสนามในเกมวันนั้นเจ้าตัวก็ได้รับโอกาสในการลงสนามมากขึ้นเรื่อยๆจนในที่สุดเจ้าตัวก็ปลดล็อคซัดประตูแรกในเกมลีกได้สำเร็จ

หลังจากนั้นต่อมาในช่วงของฤดูกาล 2011-2012 หลังจากได้รับความไว้วางใจให้ลงสนามเป็นตัวจริงและกำลังโชว์ฟอร์มได้อย่างสะเด่าแต่สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อมีการก่อเหตุทะเลาะวิวาทครั้งใหญ่จนเป็นผลให้มีผู้เสียชีวิตถึง 74 รายและบาดเจ็บระนาวถึง 500 จึงส่งผลให้สมาคมฟุตบอลอียิปต์ตัดสินใจยกเลิกการแข่งขันทีงหมดในซีซั่นนั่นเอง

บาเซิ่ล (2012/13)

ภายหลังจากเหตุการณ์การเกิดเหตุโศกนาฏกรรมดังกล่าวสิ้นสุดลงก็ได้มีทีมจากศึกสวิต ซูเปอร์ลีก อย่าง บาเซิ่ล ได้เดินทางมาเตะอุ่นเครื่องกับทีมชาติอียิปต์ ชุดยู-23 ซึ่งประจวบเหมาะกับ ซาลาห์ มีชื่ออยู่ในชุดนี้ด้วยโดยเจ้าตัวได้โอกาสลงเล่นในช่วงครึ่งหลังและโชว์ฟอร์มเทพเหมาคนเดียวไปถึงสองเม็ดซึ่งเกมนั้นจบลงที่ อียิปต์ ชุดยู-23 เอาชนะไปได้แบบสุดมัน 4-3 และหลังจากจบเกมดังกล่าวทางสบอร์ดบริหารของบาเซิ่ล ไม่รอช้ารีบคว้าตัวเพชรเม็ดงามรายนี้เข้าสู่ทีมทันทีและประกาศคว้าตัวในวันที่ 10 เมษยน 2012 ด้วยการเซ็นสัญญาระยะยาวถึง 4 ปีอีกด้วย

และในวันที่ 23 มิถุนายน 2012 เบิกสกอร์แรกให้กับตัวเองในช่วงทัวร์ปรีซีซั่นด้วยการยิงประตูใส่สเตอัว บูคาเรสต์ นั่นเอง ซึ่งเกมอย่างเป็นทางการสำหรับปีกตัวจี๊ดสัญชาติอียิปต์ก็คือการลงประเดิมในถ้วยหูใหญ่อย่างศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก รอบคัดเลือกในการพบกับโมลด์ ตัวแทนจากลีกนอร์เวย์ซึ่งลงมาในฐานะตัวสำรอง หลังจากนั่นเจ้าตัวก็ได้รับโอกาสลงสนามมากขึ้นเรื่อยๆเหมือนตอนที่เล่นอยู่ในประเทศบ้านเกิด ด้วยเกรดทีมที่ยังต่อกรใครไม่ได้จึงส่งผลให้พวกเขาตกรอบในบอลยุโรปด้วยการพ่ายต่อเชลซี ไปด้วยสกอร์รวม 2-5 ส่วนผลงานในลีกยังคงเป็นที่หนึ่งในดวงใจเสมอเพราะว่าพวกเขาคว้าตำแหน่งแชมป์ลีกมาครองได้นั่นเอง

ฤดูกาล 2013/14

จากนั้น ซาลาห์ ก็เริ่มต้น ซีซั่นใหม่ด้วยการคว้าแชมป์อูเรน คัพ ซึ่งเป็นการพบกันของแชมป์ลีกและแชมป์บอลถ้วยนั่นเอง ผลงานส่วนตัวของ ซาลาห์ ในฤดูกาลใหม่นี้ค่อนข้างดีเนื่องจากเจ้าตัวยิงประตูใส่ทีมในลีกได้แล้วยังผลิตสกอร์ในถ้วยยุโรปได้อย่างต่อเนื่องแต่ดันมีปัญหาในการไปเยือน มัคคาบี้ เทล อาวีฟ ทีมจากอิสราเอลที่ ซาลาห์ ดันไม่ได้จับมือกับผู้เล่นเจ้าบ้านเนื่องจากช่วงนั้นมีปัญหาเรื่องเชื้อชาติมาเกี่ยวข้องด้วยจน ซาลาห์ ถูกจับตามองเป็นพิเศษก่อนที่ต้นสังกัดอย่าง บาเซิ่ล ต้องเรียกตัวมาปรับความเข้าใจแต่ท้ายที่สุดปัญหาเรื่องนี้ก็จบลงด้วยดี

ด้วยผลงานเด่นสำหรับ ซาลาห์ ดันเป็นในถ้วยแชมเปี้ยนส์ ลีก ที่โชว์ฟอร์มเข้าตายักษ์ใหญ่ของยุโรปและกลายเป็นเชลซี ยอดทีมจากศึกพรีเมียร์ ลีก ที่จ้องจะฉกดาวเตะอียิปต์ไปร่วมทีม

เชลซี (2013/14)

และในวันที่ 26 มกราคม 2014 “สิงห์บลูส์” เชลซี ได้ทำการประกาศอย่างเป็นทางการว่าพวกเขาปิดดีล ซาลาห์ เป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วยค่าตัวประมาณ 11 ล้านปอนด์ (ประมาณ 478 ล้านบาท) และนับว่า ซาลาห์ เป็นนักเตะอียิป์คนแรกที่ย้ายมาร่วมทีมเชลซี โดยลงประเดิมนัดแรกในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2014 ในเกมที่เอาชนะนิวคาสเซิ่ลไปแบบขาดลอย 3-0 ก่อนที่เจ้าตัวจะปลดล็อคยิงประตูแรกได้ด้วยการลงมาเป็นสำรองแทนที่ของออสการ์ ในศึก “ลอนดอน ดาร์บี้แมตช์” ที่เอาชนะอาร์เซน่อล ไปแบบขาดลอย 6-0 ซึ่งถือว่าเป็นการประเดิมในศึกพรีเมียร์ ลีก ได้ไม่เลวเลยทีเดียว

 

ฤดูกาล (2014/15)

ก่อนที่จะเริ่มซีซั่น ซาลาห์ มีปัญหาส่วนตัวเกี่ยวกับเรื่องทางการทหารจนเจ้าตัวต้องกลับบ้านเกิด จนส่งผลให้ดาวเตะรายนี้โอกาสลงสนามน้อยมากๆบวกกับการมาของ เอแด็น อาซาร์ ปีกตัวตัวจี๊ดยิ่งทำให้หนทางการลงสนามของ ซาลาห์ น้อยลงไปอีกจนท้ายที่สุดเจ้าตัวทนสำรองต่อไม่ไหวต้องเก็บของย้ายไปย้ายไปอยู่ ฟิออเรนติน่า ทีมจากศึกเซเรีย อา ด้วยสัญญายืมตัวนั่นเอง ซึ่งหลังจากย้ายไปอยู่ในประเทศอิตาลีเจ้าตัวก็ได้โอกาสลงสนามมากขึ้นและเจ้าตัวขอเลือกหมายเลข 74 เพื่อเป็นการรำลึกถึงผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ดังกล่าว

ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ลงประนัดแรกให้กับฟิออเรนติน่าและระเบิดฟอร์มซัดประตูแรกได้ทันทีและจัดการผลิตอีกหนึ่งแอสชิสต์ช่วยพาทีมคว้าชัยเหนือ ซัสซัวโล่ ไปแบบสบายๆ 3-1 หลังจากจากนั้น 12 วันก็ได้ลงประเดิมในศึกยูโรป้า ลีก ทันทีและช่วยทีมล้ม สเปอร์ส ทีมจากอังกฤษไปได้ด้วยสกอร์รวม 3-1 และยังเป็นคีย์แมนพาทีมเข้าวินเหนือทั้งอินเตอร์และยูเวนตุส อีกด้วย แต่หลังจากจบฤดูกาล “ม่วงมหากาฬ” พยายามจะเซ็นสัญญาแบบถาวรแต่เจ้าตัวเลือกปฎิเสธและตัดสินใจย้ายซบ โรม่า คู่แข่งร่วมลีกซะอย่างงั้น

โรม่า (2015/16)

จากการย้ายซบ “หมาป่าเหลือง-แดง” โรม่า ด้วยเม็ดเงินสูงถึง 15 ล้านปอนด์เท่านั้น (652 ล้านบาท) และผลงานชิ้นแรกของเจ้าตัวก็คือการพาต้นสังกัดรอดพ้นจากความพ่ายแพ้ด้วยการไล่ตามเจ๊า ซัสซัวโล่ แบบสุดมัน 2-2 หลังจากนั่นก็ซัดประตูใส่ทีมอื่นๆเรื่อยมา ก่อนที่วันที่ 25 ตุลาคม 2015 เจ้าตัวจะต้องไปกลับไปเผชิญหน้าอดีตต้นสังกัดเก่าอย่าง ฟิออเรนติน่า และทำแสบทีมเก่าทันทีด้วยการซัดประตูเบิกร่องและเป็นประตูชัยให้กับทีมก่อนที่ท้ายเกมจะถูกไล่ออกจากสนามไป

ผลงานส่วนตัวของ ซาลาห์ ในการสีเสื้อโรม่า นั้นเหมือนกับเป็นคนล่ะคนจากสองทีมที่เคยค้าแข้งอยู่ โดยเจ้าตัวจัดการซัดไปทั้งหมด 15 ตุงและอีก 6 แอสซิสต์พร้อมกับเป็นรับตำแหน่งผู้เล่นยอดเยี่ยมของสโมสรไปครองแบบไม่มีใครค้าน

ลิเวอร์พูล (2016/17)

เรื่องราวของเขาดังมากจากผลงานอันสุดสะเด่าขึ้นหิ้งแบบนี้ทำให้เจ้ามีข่าวการย้ายทีมอย่างหนาหูและหนึ่งในนั่นก็คือ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ทีมจากแดนผู้ดีที่จ้องฉกไปร่วมทีมด้วยและ “หงส์แดง” ก็สำเร็จด้วยการยื่นข้อเสนอให้กับ โรม่า สูงถึง 42 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1827 ล้านบาท) และเป็นการทุบสถิติสูงสุดของสโมสรด้วย ซาลาห์ โดยเจ้าได้ย้ายมาเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาและกลายเป็นนัดเตะอียิปต์คนแรกของลิเวอร์พูล ด้วย ซึ่งหลังจากเจ้าตัวย้ายกลับมาค้าแข้งที่อังกฤษอีกครั้งก็โชว์ฟอร์มได้สมราคาสถิติของสโมสรเสียจริงๆด้วยการนำเป็นดาวซัลโวเดี่ยวๆของศึกพรีเมียร์ลีกและปฎิเสธไม่ได้เลยว่าตอนนี้ ซาลาห์ คือผู้แบกความหวังของสาวก “เดอะ ค็อป” อย่างแท้จริง

ทีมชาติอียิปต์

ในที่สุด ซาลาห์ เริ่มลงเล่นในชุดยู-20 และ ยู-23 พาทีมไปลงเตะศึกบอลโลกชุดเล็กก่อนที่ฟอร์มการเล่นจะเข้าตาสุดๆจนถูกดันขึ้นมาเล่นชุดใหญ่และเบิกสกอร์แรกได้เป็นสำเร็จในเกมเอาชนะ เซียร่า ลีโอน ก่อนจะบวกสกอร์มาเรื่อยๆทั้งการซัดแฮทริคพาทีมเข้ารอบในศึกแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ พร้อมกับพ่วงได้รับทีมยอดเยี่ยมของทัวร์นาเม้น ก่อนที่ในศึกฟุตบอลโลกก็รับบทบาทเป็นจอมทัพเหมือนเดิมและเป็นคนซัดประตูชัยส่งทีมบ้านเกิดไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่รัสเซียกลางปีหน้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

ไม่มีปัญหา!ซัวเรซรับสภาพบาร์ซ่าหาหัวหอกใหม่

หลุยส์ ซัวเรซ หัวหอกตัวเก่ง บาร์เซโลน่า รับสภาพที่ต้นสังกัดพยายามมองหากองหน้าตัวใหม่เพราะตอนนี้ตนอายุขึ้นหลักสามแล้ว ฉะนั้นเป็นธรรมดาที่ต้นสังกัดต้องควานหาดาวยิงคนใหม่เป็นธรรมดา และตนก็ไม่มีปัญหากับเรื่องนี้อยู่แล้ว

               หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าชาวอุรุกวัยของ บาร์เซโลน่า ยอมรับว่าทัพ “เจ้าบุญทุ่ม” จำเป็นต้องหาดาวยิงคนใหม่ เพราะปัจจุบันตนอายุปาเข้าไป 31 ปีแล้ว ฉะนั้นความเก่งฉกาจ และความเฉียบคมคงขาดหายไปตามกาลเวลา ฉะนั้นเป็นเรื่องสัจธรรมที่ทีมต้องมีหัวหอกสดใหม่

ช่วงที่ผ่านมา ยอดทีมแห่งถิ่นคัมป์ นู ตกเป็นข่าวอย่างต่อเนื่องว่าพยายามจะเซ็นสัญญากับหน้าเป้าตัวใหม่ เพื่อหวังที่จะมาเบียดแย่งตำแหน่งกับ ซัวเรซ โดยสิ่งนี้ไม่ได้ทำให้ อดีตสตาร์ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล หวาดหวั่นเพราะเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้เสมอกับสโมสรยักษ์ใหญ่แบบ บาร์ซ่า

ซัวเรซ กล่าวว่า “แน่นอนว่า บาร์เซโลน่า ต้องการผู้เล่นหมายเลข 9 (หน้าเป้า) เพราะผมอายุ 31 ปีแล้ว บาร์เซโลน่า ต้องคิดเกี่ยวกับเรื่องอนาคตของพวกเขา และแน่นอนว่านักเตะที่จำเป็นต้องดึงมาร่วมทีม เราอยู่กับ บาร์เซโลน่า ทุกๆ วันมีรายชื่อนักเตะมากมายที่ตกเป็นข่าวเสมอ”

ลิโอเนล เมสซี่ ไม่ได้ลงช่วยทีมเนื่องจากได้รับบาดเจ็บแขนในเกมเอล กลาซิโก้ ถล่ม เรอัล มาดริด โดย ซัวเรซ เผยต่อไปว่า “มีข้อสงสัยมากมายหลังจากที่เขาบาดเจ็บ ผมคิดว่าในฐานะทีม เราควรภูมิใจที่ทุกๆ คนพร้อมแบกรับความรับผิดชอบ เรารู้ว่าเราไม่สามารถพึ่งพา เมสซี่ หรือ บูซี่ (เซร์คิโอ บุสเกตส์) และเราช่วยกันแบกรับความรับผิดชอบตามแนวทางที่เราต้องทำเพื่อโชว์ฟอร์มให้ดีที่สุด”

ต้องสะดุ้งเมื่อ มีทีมยักษ์ใหญ่ยุโรปสนใจซีดาน

ต้องสะดุ้งเมื่อ มีทีมยักษ์ใหญ่ยุโรปสนใจซีดาน

หลังจากที่ได้ยินการซุบซิบข่าวนี้ ทางทีมงานเราก็ไม่นิ่งนอนใจ เรื่องราวของ อาร์เอ็มซี สื่อของฝรั่งเศส ตีข่าว ที่ บาเยิร์น สนใจเอา ซีเนดีน ซีดาน มาคุมทัพ ถ้าเกิดพวกเขาปลด นิโก้ โควัช พ้นจากการเป็นนายใหญ่ของทีม แต่ก็ต้องแย่งกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่สนใจในตัว ซีดาน เช่นกัน

บาเยิร์น มิวนิค สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน สนใจที่จะดึง ซีเนดีน ซีดาน มาเป็นเทรนเนอร์คนใหม่ ตามรายงานของ อาร์เอ็มซี สื่อของประเทศฝรั่งเศส

 

ปัจจุบันกุนซือของ บาเยิร์น ได้แก่ นิโก้ โควัช แต่ตอนนี้ “เสือใต้” กำลังทำผลงานได้ย่ำแย่ หลังจากที่พวกเขาไม่ชนะใคร 4 นัดติดต่อกันในทุกรายการ พร้อมหล่นไปอยู่ที่ 6 ของตารางคะแนน

 

เรื่องดังกล่าวทำให้เริ่มมีการลือกันว่า โควัช อาจจะโดนปลดออกจากตำแหน่งในอนาคตอันใกล้ ซึ่งล่าสุด อาร์เอ็มซี ก็แฉว่า ซีดาน อยู่ในลิสต์รายชื่อที่ บาเยิร์น ให้ความสนใจที่จะเอามากุมบังเหียนทีม แต่พวกเขาก็ต้องแข่งกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่อยากได้กุนซือชาวฝรั่งเศสเหมือนกัน

ประวัติส่วนตัวของ ลีออน โกเรทซ์ก้า

ไม่ว่าจะเป็นกีฬาชนิดไหนก็ย่อมมีนักกีฬาทั้งนั้น และนักกีฬาดังๆที่น่าสนใจก็มีตั้งมากมาย เราเริ่มอยากรู้จักนักกีฬาดังๆขึ้นมาแล้วสิ งั้นจะยกตัวอย่างคนดังอีกหนึ่งท่านให้ฟังว่า มีประวัติที่มายังไง

ประวัติของ ลีออน โกเรทซ์ก้า

ชื่อเต็ม : ลีออน โกเรทซ์ก้า

วันเกิด : 6 กุมภาพันธ์ 1995

สถานที่เกิด โบคุ่ม, เยอรมัน

สัญชาติ เยอรมัน

ส่วนสูง 189 เซนติเมตร

ตำแหน่ง กองกลาง

ประวัติส่วนตัว

ลีออน โกเรทซ์ก้า เป็นนักฟุตบอลอาชีพชาวเยอรมัน ที่เริ่มพัฒนาฝีเท้าขึ้นมาจนกลายเป็นหนึ่งในแข้งที่น่าจับตามองมากที่สุดในยุโรป ปัจจุบันสังกัดอยู่ในสโมสร ชาลเก้ 04 ทีมชั้นนำในศึก บุนเดสลีก้า เยอรมัน และล่าสุดเพิ่งติดทัพ “อินทรีเหล็ก” ชุดลุยศึก คอนเฟเดอเรชั่นส์ 2017 ที่ประเทศ รัสเซีย อีกด้วย

เฟาเอฟแอล โบคุ่ม

เส้นทางอาชีพของ โกเรทซ์ก้า เริ่มต้นขึ้นกับ เอสวี 06 โบคุม ในปี 1999 โดยเจ้าตัวลงเล่นขัดเกลาฝีเท้าเป็นเวลา 2 ปี ก่อนได้ย้ายมาเล่นกับ เฟาเอฟแอล โบคุ่ม ในปี 2001 และโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมเรื่อยมา วันที่ 30 กรกฏาคม ปี 2012 โกเรทซ์ก้า คว้าเหรียญทองฟริตซ์ วอลเตอร์ รางวัลสูงสุดประจำปีของสมาคมฟุตบอลเยอรมันที่จะมอบให้กับแข้งเยาวชนของ ประเทศโดย โกเรทซ์ก้า อยู่ในชุด ยู 17 ต่อมาเส้นทางอาชีพค้าแข้งของเจ้าตัวก็เริ่มต้นขึ้น วันที่ 4 สิงหาคม ปี 2012 ได้ลงประเดิมสนามนัดแรก ในเวทีลีก้า 2 นัดที่ โบคุม เปิดบ้านเชือด ดินาโม เดรสเดน 2-1 ซึ่งเจ้าตัวสามารถยิงประตูในเกมนี้ได้อีกด้วย

ชาลเก้ 04

ด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยมกับ โบคุ่ม จนไปเตะตาแมวมองของ ชาลเก้ 04 ทีมดังในศึกบุนเดสลีก้าและดึงตัว ลีออน โกเรทซ์ก้า มาร่วมทีมในเดือน มิถุนายน ปี 2013 ก่อนที่ทัพ “ราชันสีน้ำเงิน” จะประกาศยืนยันว่าพวกเขาได้คว้าตัว โกเรทซ์ก้า มาร่วมทีมแล้วด้วยการเซ็นสัญญา 5 ปี จนถึงปี 2018 ส่วนราคาคาดว่าอยู่ที่ราว 3-4 ล้านยูโร ซึ่งเจ้าตัวสวมเสื้อหมายเลข 8 ที่เจ้าของก่อนหน้านี้คือ ซิเปรียน มาริก้า ดาวเตะชาวโรมาเนีย

ฤดูกาล 2013/14 โกเรทซ์ก้าโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมจัดการ ยิง 5 ประตู จากการลงสนาม 32 นัด

ฤดูกาล 2014/15 เจ้าตัวได้รับโอกาสให้ลงสนามกับทัพ “ราชันสีน้ำเงิน” ทั้งทีมชุดใหญ่และทีมสำรอง โดยลงให้ทีมชุดใหญ่ 10 นัด และลงทีมสำรอง 1 นัด ต่อมาในฤดูกาล 2015/16 โกเรทซ์ก้า ก็ขยับขึ้นมาเป็นแข้งตัวหลักของทีมได้ในที่สุด โดยลงสนาม รวมทุกรายการ 34 นัด ยิงได้ 2 ประตู

ส่วนฤดูกาลล่าสุด 2016/17 ลงสนามรวมทุกรายการ 41 นัด ยิงได้ 8 ประตู และทำไป 4 แอสซิส จนตกเป็นข่าวได้รับความสนใจจากบรรดาทีมยักษ์ใหญ่ในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ลิเวอร์พูล, ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์และ แมนเชเตอร์ ซิตี้

ทีมชาติเยอรมัน

ลีออน โกเรทซ์ก้า ติดธงทีมชาติครั้งแรกในชุด ยู-16 ในวันที่ 15 ตุลาคม ปี 2010 ในนัดกระชับมิตรกับ ไอร์แลนด์เหนือ และเจ้าตัวสามารถยิงประตูในเกมนี้ได้อีกด้วย จากฟอร์มที่ร้อนแรงของเจ้าตัวทำให้ไม่นานหลังจากนั้น โกเรทซ์ก้า ก็ก้าวขึ้นมาติดธงชาติเยอรมันชุด ยู-17 โดยได้โอกาสลงสนามครั้งแรกในเกมที่ทัพ “อินทรีเหล็ก” ถล่มตุรกี 4-0 ในวันที่ 24 สิงหาคม ปี2011

พฤษภาคม ปี 2012 ลีออน โกเรทซ์ก้าได้สวมบทเป็นกัปตันทีมชาติเยอรมันชุด ยู-17 ลุยศึกฟุตบอลรายการ ยูฟ่า ยู-17 ฟุตบอล แชมเปี้ยนสชิพ ที่ประเทศ สโลวีเนีย และพาทัพ “อินทรีเหล็ก” วัยละอ่อนเข้าไปชิงชนะเลิศกับ ฮอลแลนด์ได้สำเร็จ และในนัดชิงชนะเลิศดังกล่าว โกเรทซ์ก้า จัดการซัดประตูเบิงร่องให้เยอรมัน ยู-17 ขึ้นนำ ทัพ “อัศวินสีส้ม” 1-0 ก่อนที่ผลการแข่งขันจะจบลงด้วยการเสมอ 1-1 และพวกเขาดวลจุดโทษพ่าย ฮอลแลนด์ 4-5 พลาดคว้าแชมป์ไปอย่างน่าเสียดาย

ด้วยฟอร์มการเล่นที่คงเส้นคงวา เต็มไปด้วยคุณภาพ โกเรทซ์ก้า ได้รับโอกาสสำคัญ ติดทีมชาติเยอรมันชุดยู-21 ภายใต้การทำทีมของ ฮอร์สท์ ฮรูเบช โดยลงสนามเกมแรกในนัดที่ เยอรมัน เสมอ ฝรั่งเศส 0-0

ทีมชาติเยอรมัน ชุดใหญ่

วันที่ 8 พฤษภาคม 2014 โกเรทซ์ก้า ถูกเรียกติดทีมชาติเยอรมันชุดใหญ่ครั้งแรก ภายใต้การคุมทีมของ โยอาคิม เลิฟ ซึ่งเจ้าตัวได้ลงประเดิมสนามครั้งแรกในทีมชุดใหญ่ นัดที่ เยอรมัน เสมอ โปแลนด์ 0-0 แต่ทว่าเจ้าตัวโชคร้ายได้รับบาดเจ็บกล้ามเนื้อจนถูกตัดชื่อออกพลาดโอกาสไปลุยศึก ฟุตบอลโลก ปี 2014 ที่ประเทศบราซิล ซึ่งสุดท้ายแล้วทัพ “อินทรีเหล็ก” ผงาดคว้าแชมป์โลกมาครองได้อย่างยิ่งใหญ่เป็นสมัยที่ 4 และปี 2017 โกเรทซ์ก้า มีชื่อติดทีมชาติเยอรมัน ชุดลุยศึก คอนเฟเดอเรชั่นส์ 2017 ที่ประเทศ รัสเซีย

สไตล์

ลีออน โกเรทซ์ก้า ถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักฟุตบอลที่มีพรสวรรค์มากที่สุดในวงการฟุตบอลเยอรมัน ถึงขนาดที่ ปีเตอร์ นอยรูเรอร์ กุนซือ โบคุ่ม ออกปากให้สัมภาษณ์ว่าเขาไม่เคยเห็นเด็กอายุ 18 ปี คนไหนที่มีศักยภาพมากมายไปกว่า โกเรทซ์ก้า เขาคือสุดยอดแข้งที่เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ในรอบศตวรรษ”

ประสิทธิภาพ นอกกรอบเขตโทษของเขาถูกนำไปเปรียบเทียบกับ พอล สโคลส์ และยังเห็นกันอย่างชัดเจนกับความยอดเยี่ยมในการเข้าโจมตีคู่แข่งในกรอบเขตโทษ ด้วยส่วนสูง 6 ฟุต 2 นิ้ว ทำให้เขามีลูกกลางอากาศที่แข็งแกร่ง เป็นอาวุธลับอีกหนึ่งอย่างของเจ้าตัวอีกด้วย

ทั้งนี้ โกเรทซ์ก้า สามารถเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับได้เช่นกัน รวมทั้งปีกซ้ายและขวา และในตำแน่งเพลย์เมกเกอร์อีกด้วย

เตือนสติ….ก่อนจะสายกับคนที่หลงผิดชั่วคราว

วันนี้เราได้เปิดไปเจอบทความบทความหนึ่งที่พูดถึงการพนัน ในเว็บพันทิป เราว่าบทความนี้น่าสนใจอยุ่พอสมควร จึงคัดลอกมาให้ท่านบางคนที่มีความคิดสับสน ไม่ค่อยมั่นใจว่าควรจะเอาต่อในชีวิตดี จะเดินหน้า ถอยหลังหรือแม้แต่เสี่ยงทำอะไรก็ยังไม่กล้า ลองอ่านดูเผื่อจะได้แง่คิดดีๆได้บ้าง

ผมเป็นคนไม่ชอบเรื่องการพนันเอาซะเลย ยิ่งพนันบอลยิ่งไม่รู้จัก ไม่ดูบอลไม่ติดตาม จนวันที่เพื่อนมาขออาศัยด้วยที่หอพักมันให้เหตุผลว่าไม่อยากอยู่กับแม่ที่บ้าน ด้วยที่ผมสงสารผมเลยให้มาอยู่ด้วยฟรีๆ ช่วงนั้นผมอายุ 27 ปี และด้วยการที่ผมเห็นเพื่อนเล่นทุกวันได้เงินมามันก็พาไปเลี้ยง พาไปเที่ยว ทำให้ผมเกิดความอยากรู้อยากลอง ผมต้องซื้อหนังสือฟุตบอลทุกเช้า หนังสือกีฬาทุกวันเพื่อมาศึกษาทีมฟุตบอลต่างๆก่อน พอผมรู้เรื่องนิดหน่อยผมก็เลยได้ลองเล่นครั้งแรกผมได้เงินมา หมื่นกว่าบาท ทั้งที่ลงทุนไปแค่สามร้อย ดีใจสิครับ เล่นครั้งที่สองลงทุนเท่าเดิมได้มา เกือบหมื่น โอ้โห!! เลี้ยงเพื่อนใหญ่เลย เพื่อนฝูงก็เฮฮา พอผมรู้มากขึ้นผมก็ยิ่งเล่นมากขึ้น คิดมากขึ้น จากที่เล่นแต่บอลสเต็ป ก็กลายมาเล่นบอลเดี่ยวซึ่งลงทุนสูงมาก มีได้บ้าง เสียบ้าง ช่วงแรกๆเวลาเสียก็ไม่อะไรมากเพราะมีเงินเก็บอยู่ แต่พอนานเข้าเงินเริ่มจะหมดและอยากถอนทุนคืน กลายเป็นว่าเล่นหนักขึ้นเยอะขึ้น

จนการเงินติดลบ แล้วจะทำยังไงล่ะในเมื่อเงินเก็บหมดแล้ว สมัครบัตรเครดิตสิครับ (เพื่อนแนะนำ ) ผมก็ทำตาม ได้บัตรมาปุ๊บกดเงินสดปั๊บ บัตรนี้วงเงินเต็ม ก็ยังมีอีกหลายบริษัทให้เลือกสมัครนิ ก็สมัครมันไปเรื่อยๆ บัตรแล้ว บัตรเล่า จนผมมีบัตรเครดิตทั้งหมด 8 ใบ คนเดียวใช้ 8 ใบวงเงินเต็มหมด ที่เอามาใช้เพราะการพนันทั้งสิน ไม่มีทรัพย์สินอะไรงอกเงยขึ้นมาเลย ในที่สุดผมไม่มีหนทางเครียดมาก เงินหมดผมต้องใช้วิธีอดมื้อกินมื้อ หรืออดสองมื้อ กินมื้อก็มี ไม่กล้าบากหน้าไปหาครอบครัว แค่พี่สาวโทรมาถามสารทุกข์สุกดิบ แค่คำว่า กินข้าวหรือยัง แค่นี้ผมร้องไห้สะอึกสะอื้น ก็รีบตัดสายพี่สาวไม่อยากให้เขารับรู้ เพื่อนที่มาอยู่ด้วยก็หนีหายไปไหนไม่รู้ เงียบไปเลย ผมจะปรึกษาใครก็ไม่ได้ คิดจะฆ่าตัวตายแต่นึกถึงหน้าพ่อแม่ก็ทำไม่ลง ตอนนั้นผมเป็นหนี้อยู่หลายแสน ผมไม่จ่ายบัตรเลยสักบัตร มีแต่จดหมายทวงหนี้เต็มห้อง งานที่ทำตอนนั้นก็ลาออกมาเพราะบริษัททวงหนี้โทรตามจนอยู่ไม่ได้ ผมเลยออกมาหางานบริษัทเล็กๆทำเงินเดือนไม่ถึงหมื่น เพื่อมาตั้งหลักใหม่ ผมเหลือเงินไว้ใช้แค่เดือนละ 2000 ที่เหลือทะยอยจ่ายค่าบัตรเครดิต ผมใช้เวลาเกือบ 3ปีในการชำระบัตรเครดิต จนหนี้ที่ผมมีอยู่หมดไป ชีวิตผมถึงเป็นผู้เป็นคนมาได้ถึงทุกวันนี้ ตอนนี้ผมอยู่แบบสบายแล้ว มีเงินเก็บ อยากกินอะไรกิน ไม่ได้เหมือนเมื่อก่อน สิ่งที่ผมอยากบอกคือ อย่าได้หลงเข้าไปพัวพันกับการพนันเป็นอันขาด อย่าคิดอยากรู้อยากลอง ไม่มีได้เพราะการพนัน เพื่อนที่คิดว่าเขามาเพื่อปรารถนาดีแต่มาชักชวนให้เล่นการพนัน เพื่อนคนนั้นคบไม่ได้เด็ดขาด (ดังสุภาษิตที่ว่า คบคนพาล พาลพาไปหาผิด คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล)

ผมต้องสู้แค่ไหน ผมลำบากแค่ไหนกว่าจะยืนหยัดขึ้นมาได้ ผมก็อยากเล่าให้หมด แต่มันยาวไป เอาเป็นว่าแค่นี้ก่อนนะครับ ขอบคุณครับ

 

และนี่ก็คือเรื่องราวทั้งหมด เราอ่านแล้วสามารถเอามาใช้ในชีวิตประจำวันได้ คืออยากจะบอกว่าเล่นการพนันไม่ผิด แต่ควรมีลีมิตในการเล่น อย่าได้เอาแต่โลภ เพราะอาจจะหมดตัวได้ง่ายๆ

ประวัตินักเตะ 1-3 ระดับโลก

1.เลียวเนล อันเดรส “เลโอ” เมสซี กูซีตีนี (สเปน: Lionel Andrés “Leo” Messi Cuccitini[4] เสียงอ่าน: [ljoˈnel anˈdɾes ˈmesi]) เกิดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ค.ศ. 1987 เป็นนักฟุตบอลชาวอาร์เจนตินา ปัจจุบันเล่นอยู่ในสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนาและฟุตบอลทีมชาติอาร์เจนตินา ในตำแหน่งกองหน้าหรือปีก เขายังถือสัญชาติสเปนอีกด้วย ซึ่งทำให้เขาถือว่าเป็นนักฟุตบอลยุโรป เขาเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ดีที่สุดในรุ่นของเขา[5][6][7] และมักถูกกล่าวถึงว่าเป็นผู้เล่นร่วมสมัยที่ดีที่สุดในโลก[8]

เมสซีได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของทวีปยุโรปและรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของโลกแห่งปีเมื่อเขาอายุ 21 ปี และได้รับรางวัลในปี ค.ศ. 2009 (นักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของทวีปยุโรปและรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของโลกแห่งปี ค.ศ. 2009)[8][9][10][11] และได้รับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปี ค.ศ. 2010[12] ,2011 และ 2012 สไตล์การเล่นของเขาและความสามารถ มักถูกเปรียบเทียบเสมอเดียโก มาราโดนา ซึ่งพูดถึงเมสซีว่าเป็นผู้สืบทอดจากเขา[13][14]

เมสซีเริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่อายุยังน้อยและบาร์เซโลนาก็ค้นพบแนวโน้มที่ดีของเขาอย่างรวดเร็ว เขาออกจากทีมเยาวชนสโมสรกีฬานิวเวลส์โอลด์บอยส์เมืองโรซารีโอ เมื่อปี ค.ศ. 2000 และย้ายพร้อมครอบครัวไปอยู่ยุโรป โดยบาร์เซโลนาเสนอในการรักษาภาวะขาดฮอร์โมนการเจริญเติบโตให้กับเมสซี เขาเปิดตัวครั้งแรกในฤดูกาล 2004–05 โดยทำลายสถิติทีม โดยเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดที่ทำประตูในลีก เกียรติประวัติในฤดูกาลแรกของเขาคือชนะการแข่งขันในลาลีกาและชนะครั้งที่ 2 ในลีก รวมถึงในแชมเปียนส์ลีก ในปี ค.ศ. 2006 ฤดูกาลแจ้งเกิดของเขาคือฤดูกาล 2006–07 เขาเป็นผู้เล่นในทีมชุดใหญ่เต็มตัว โดยทำแฮตทริกในเอลกลาซีโก จบฤดูกาลยิงประตู 14 ประตู ใน 26 เกมในลีก จากนั้นเมสซีก็ประสบความสำเร็จที่สุดในอาชีพของเขาในฤดูกาล 2008–09 ยิงประตู 38 ประตู เป็นส่วนสำคัญของทีมในการชนะ 3 รายการในฤดูกาลเดียว แต่แล้วสถิตินี้ก็ถูกบดบังไปในฤดูกาลถัดมา ฤดูกาล 2009–10 ที่เมสซียิงประตูไป 47 ประตูในทุกการแข่งขัน เทียบเท่าสถิติของโรนัลโดที่เคยทำให้กับบาร์เซโลนา แต่เขาก็ทำลายสถิตินี้ในฤดูกาล 2010–11 กับประตู 53 ประตูในทุกการแข่งขัน

Continue reading “ประวัตินักเตะ 1-3 ระดับโลก”