ประวัติส่วนตัวของ ลีออน โกเรทซ์ก้า

ไม่ว่าจะเป็นกีฬาชนิดไหนก็ย่อมมีนักกีฬาทั้งนั้น และนักกีฬาดังๆที่น่าสนใจก็มีตั้งมากมาย เราเริ่มอยากรู้จักนักกีฬาดังๆขึ้นมาแล้วสิ งั้นจะยกตัวอย่างคนดังอีกหนึ่งท่านให้ฟังว่า มีประวัติที่มายังไง

ประวัติของ ลีออน โกเรทซ์ก้า

ชื่อเต็ม : ลีออน โกเรทซ์ก้า

วันเกิด : 6 กุมภาพันธ์ 1995

สถานที่เกิด โบคุ่ม, เยอรมัน

สัญชาติ เยอรมัน

ส่วนสูง 189 เซนติเมตร

ตำแหน่ง กองกลาง

ประวัติส่วนตัว

ลีออน โกเรทซ์ก้า เป็นนักฟุตบอลอาชีพชาวเยอรมัน ที่เริ่มพัฒนาฝีเท้าขึ้นมาจนกลายเป็นหนึ่งในแข้งที่น่าจับตามองมากที่สุดในยุโรป ปัจจุบันสังกัดอยู่ในสโมสร ชาลเก้ 04 ทีมชั้นนำในศึก บุนเดสลีก้า เยอรมัน และล่าสุดเพิ่งติดทัพ “อินทรีเหล็ก” ชุดลุยศึก คอนเฟเดอเรชั่นส์ 2017 ที่ประเทศ รัสเซีย อีกด้วย

เฟาเอฟแอล โบคุ่ม

เส้นทางอาชีพของ โกเรทซ์ก้า เริ่มต้นขึ้นกับ เอสวี 06 โบคุม ในปี 1999 โดยเจ้าตัวลงเล่นขัดเกลาฝีเท้าเป็นเวลา 2 ปี ก่อนได้ย้ายมาเล่นกับ เฟาเอฟแอล โบคุ่ม ในปี 2001 และโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมเรื่อยมา วันที่ 30 กรกฏาคม ปี 2012 โกเรทซ์ก้า คว้าเหรียญทองฟริตซ์ วอลเตอร์ รางวัลสูงสุดประจำปีของสมาคมฟุตบอลเยอรมันที่จะมอบให้กับแข้งเยาวชนของ ประเทศโดย โกเรทซ์ก้า อยู่ในชุด ยู 17 ต่อมาเส้นทางอาชีพค้าแข้งของเจ้าตัวก็เริ่มต้นขึ้น วันที่ 4 สิงหาคม ปี 2012 ได้ลงประเดิมสนามนัดแรก ในเวทีลีก้า 2 นัดที่ โบคุม เปิดบ้านเชือด ดินาโม เดรสเดน 2-1 ซึ่งเจ้าตัวสามารถยิงประตูในเกมนี้ได้อีกด้วย

ชาลเก้ 04

ด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยมกับ โบคุ่ม จนไปเตะตาแมวมองของ ชาลเก้ 04 ทีมดังในศึกบุนเดสลีก้าและดึงตัว ลีออน โกเรทซ์ก้า มาร่วมทีมในเดือน มิถุนายน ปี 2013 ก่อนที่ทัพ “ราชันสีน้ำเงิน” จะประกาศยืนยันว่าพวกเขาได้คว้าตัว โกเรทซ์ก้า มาร่วมทีมแล้วด้วยการเซ็นสัญญา 5 ปี จนถึงปี 2018 ส่วนราคาคาดว่าอยู่ที่ราว 3-4 ล้านยูโร ซึ่งเจ้าตัวสวมเสื้อหมายเลข 8 ที่เจ้าของก่อนหน้านี้คือ ซิเปรียน มาริก้า ดาวเตะชาวโรมาเนีย

ฤดูกาล 2013/14 โกเรทซ์ก้าโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมจัดการ ยิง 5 ประตู จากการลงสนาม 32 นัด

ฤดูกาล 2014/15 เจ้าตัวได้รับโอกาสให้ลงสนามกับทัพ “ราชันสีน้ำเงิน” ทั้งทีมชุดใหญ่และทีมสำรอง โดยลงให้ทีมชุดใหญ่ 10 นัด และลงทีมสำรอง 1 นัด ต่อมาในฤดูกาล 2015/16 โกเรทซ์ก้า ก็ขยับขึ้นมาเป็นแข้งตัวหลักของทีมได้ในที่สุด โดยลงสนาม รวมทุกรายการ 34 นัด ยิงได้ 2 ประตู

ส่วนฤดูกาลล่าสุด 2016/17 ลงสนามรวมทุกรายการ 41 นัด ยิงได้ 8 ประตู และทำไป 4 แอสซิส จนตกเป็นข่าวได้รับความสนใจจากบรรดาทีมยักษ์ใหญ่ในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ลิเวอร์พูล, ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์และ แมนเชเตอร์ ซิตี้

ทีมชาติเยอรมัน

ลีออน โกเรทซ์ก้า ติดธงทีมชาติครั้งแรกในชุด ยู-16 ในวันที่ 15 ตุลาคม ปี 2010 ในนัดกระชับมิตรกับ ไอร์แลนด์เหนือ และเจ้าตัวสามารถยิงประตูในเกมนี้ได้อีกด้วย จากฟอร์มที่ร้อนแรงของเจ้าตัวทำให้ไม่นานหลังจากนั้น โกเรทซ์ก้า ก็ก้าวขึ้นมาติดธงชาติเยอรมันชุด ยู-17 โดยได้โอกาสลงสนามครั้งแรกในเกมที่ทัพ “อินทรีเหล็ก” ถล่มตุรกี 4-0 ในวันที่ 24 สิงหาคม ปี2011

พฤษภาคม ปี 2012 ลีออน โกเรทซ์ก้าได้สวมบทเป็นกัปตันทีมชาติเยอรมันชุด ยู-17 ลุยศึกฟุตบอลรายการ ยูฟ่า ยู-17 ฟุตบอล แชมเปี้ยนสชิพ ที่ประเทศ สโลวีเนีย และพาทัพ “อินทรีเหล็ก” วัยละอ่อนเข้าไปชิงชนะเลิศกับ ฮอลแลนด์ได้สำเร็จ และในนัดชิงชนะเลิศดังกล่าว โกเรทซ์ก้า จัดการซัดประตูเบิงร่องให้เยอรมัน ยู-17 ขึ้นนำ ทัพ “อัศวินสีส้ม” 1-0 ก่อนที่ผลการแข่งขันจะจบลงด้วยการเสมอ 1-1 และพวกเขาดวลจุดโทษพ่าย ฮอลแลนด์ 4-5 พลาดคว้าแชมป์ไปอย่างน่าเสียดาย

ด้วยฟอร์มการเล่นที่คงเส้นคงวา เต็มไปด้วยคุณภาพ โกเรทซ์ก้า ได้รับโอกาสสำคัญ ติดทีมชาติเยอรมันชุดยู-21 ภายใต้การทำทีมของ ฮอร์สท์ ฮรูเบช โดยลงสนามเกมแรกในนัดที่ เยอรมัน เสมอ ฝรั่งเศส 0-0

ทีมชาติเยอรมัน ชุดใหญ่

วันที่ 8 พฤษภาคม 2014 โกเรทซ์ก้า ถูกเรียกติดทีมชาติเยอรมันชุดใหญ่ครั้งแรก ภายใต้การคุมทีมของ โยอาคิม เลิฟ ซึ่งเจ้าตัวได้ลงประเดิมสนามครั้งแรกในทีมชุดใหญ่ นัดที่ เยอรมัน เสมอ โปแลนด์ 0-0 แต่ทว่าเจ้าตัวโชคร้ายได้รับบาดเจ็บกล้ามเนื้อจนถูกตัดชื่อออกพลาดโอกาสไปลุยศึก ฟุตบอลโลก ปี 2014 ที่ประเทศบราซิล ซึ่งสุดท้ายแล้วทัพ “อินทรีเหล็ก” ผงาดคว้าแชมป์โลกมาครองได้อย่างยิ่งใหญ่เป็นสมัยที่ 4 และปี 2017 โกเรทซ์ก้า มีชื่อติดทีมชาติเยอรมัน ชุดลุยศึก คอนเฟเดอเรชั่นส์ 2017 ที่ประเทศ รัสเซีย

สไตล์

ลีออน โกเรทซ์ก้า ถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักฟุตบอลที่มีพรสวรรค์มากที่สุดในวงการฟุตบอลเยอรมัน ถึงขนาดที่ ปีเตอร์ นอยรูเรอร์ กุนซือ โบคุ่ม ออกปากให้สัมภาษณ์ว่าเขาไม่เคยเห็นเด็กอายุ 18 ปี คนไหนที่มีศักยภาพมากมายไปกว่า โกเรทซ์ก้า เขาคือสุดยอดแข้งที่เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ในรอบศตวรรษ”

ประสิทธิภาพ นอกกรอบเขตโทษของเขาถูกนำไปเปรียบเทียบกับ พอล สโคลส์ และยังเห็นกันอย่างชัดเจนกับความยอดเยี่ยมในการเข้าโจมตีคู่แข่งในกรอบเขตโทษ ด้วยส่วนสูง 6 ฟุต 2 นิ้ว ทำให้เขามีลูกกลางอากาศที่แข็งแกร่ง เป็นอาวุธลับอีกหนึ่งอย่างของเจ้าตัวอีกด้วย

ทั้งนี้ โกเรทซ์ก้า สามารถเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับได้เช่นกัน รวมทั้งปีกซ้ายและขวา และในตำแน่งเพลย์เมกเกอร์อีกด้วย

เตือนสติ….ก่อนจะสายกับคนที่หลงผิดชั่วคราว

วันนี้เราได้เปิดไปเจอบทความบทความหนึ่งที่พูดถึงการพนัน ในเว็บพันทิป เราว่าบทความนี้น่าสนใจอยุ่พอสมควร จึงคัดลอกมาให้ท่านบางคนที่มีความคิดสับสน ไม่ค่อยมั่นใจว่าควรจะเอาต่อในชีวิตดี จะเดินหน้า ถอยหลังหรือแม้แต่เสี่ยงทำอะไรก็ยังไม่กล้า ลองอ่านดูเผื่อจะได้แง่คิดดีๆได้บ้าง

ผมเป็นคนไม่ชอบเรื่องการพนันเอาซะเลย ยิ่งพนันบอลยิ่งไม่รู้จัก ไม่ดูบอลไม่ติดตาม จนวันที่เพื่อนมาขออาศัยด้วยที่หอพักมันให้เหตุผลว่าไม่อยากอยู่กับแม่ที่บ้าน ด้วยที่ผมสงสารผมเลยให้มาอยู่ด้วยฟรีๆ ช่วงนั้นผมอายุ 27 ปี และด้วยการที่ผมเห็นเพื่อนเล่นทุกวันได้เงินมามันก็พาไปเลี้ยง พาไปเที่ยว ทำให้ผมเกิดความอยากรู้อยากลอง ผมต้องซื้อหนังสือฟุตบอลทุกเช้า หนังสือกีฬาทุกวันเพื่อมาศึกษาทีมฟุตบอลต่างๆก่อน พอผมรู้เรื่องนิดหน่อยผมก็เลยได้ลองเล่นครั้งแรกผมได้เงินมา หมื่นกว่าบาท ทั้งที่ลงทุนไปแค่สามร้อย ดีใจสิครับ เล่นครั้งที่สองลงทุนเท่าเดิมได้มา เกือบหมื่น โอ้โห!! เลี้ยงเพื่อนใหญ่เลย เพื่อนฝูงก็เฮฮา พอผมรู้มากขึ้นผมก็ยิ่งเล่นมากขึ้น คิดมากขึ้น จากที่เล่นแต่บอลสเต็ป ก็กลายมาเล่นบอลเดี่ยวซึ่งลงทุนสูงมาก มีได้บ้าง เสียบ้าง ช่วงแรกๆเวลาเสียก็ไม่อะไรมากเพราะมีเงินเก็บอยู่ แต่พอนานเข้าเงินเริ่มจะหมดและอยากถอนทุนคืน กลายเป็นว่าเล่นหนักขึ้นเยอะขึ้น

จนการเงินติดลบ แล้วจะทำยังไงล่ะในเมื่อเงินเก็บหมดแล้ว สมัครบัตรเครดิตสิครับ (เพื่อนแนะนำ ) ผมก็ทำตาม ได้บัตรมาปุ๊บกดเงินสดปั๊บ บัตรนี้วงเงินเต็ม ก็ยังมีอีกหลายบริษัทให้เลือกสมัครนิ ก็สมัครมันไปเรื่อยๆ บัตรแล้ว บัตรเล่า จนผมมีบัตรเครดิตทั้งหมด 8 ใบ คนเดียวใช้ 8 ใบวงเงินเต็มหมด ที่เอามาใช้เพราะการพนันทั้งสิน ไม่มีทรัพย์สินอะไรงอกเงยขึ้นมาเลย ในที่สุดผมไม่มีหนทางเครียดมาก เงินหมดผมต้องใช้วิธีอดมื้อกินมื้อ หรืออดสองมื้อ กินมื้อก็มี ไม่กล้าบากหน้าไปหาครอบครัว แค่พี่สาวโทรมาถามสารทุกข์สุกดิบ แค่คำว่า กินข้าวหรือยัง แค่นี้ผมร้องไห้สะอึกสะอื้น ก็รีบตัดสายพี่สาวไม่อยากให้เขารับรู้ เพื่อนที่มาอยู่ด้วยก็หนีหายไปไหนไม่รู้ เงียบไปเลย ผมจะปรึกษาใครก็ไม่ได้ คิดจะฆ่าตัวตายแต่นึกถึงหน้าพ่อแม่ก็ทำไม่ลง ตอนนั้นผมเป็นหนี้อยู่หลายแสน ผมไม่จ่ายบัตรเลยสักบัตร มีแต่จดหมายทวงหนี้เต็มห้อง งานที่ทำตอนนั้นก็ลาออกมาเพราะบริษัททวงหนี้โทรตามจนอยู่ไม่ได้ ผมเลยออกมาหางานบริษัทเล็กๆทำเงินเดือนไม่ถึงหมื่น เพื่อมาตั้งหลักใหม่ ผมเหลือเงินไว้ใช้แค่เดือนละ 2000 ที่เหลือทะยอยจ่ายค่าบัตรเครดิต ผมใช้เวลาเกือบ 3ปีในการชำระบัตรเครดิต จนหนี้ที่ผมมีอยู่หมดไป ชีวิตผมถึงเป็นผู้เป็นคนมาได้ถึงทุกวันนี้ ตอนนี้ผมอยู่แบบสบายแล้ว มีเงินเก็บ อยากกินอะไรกิน ไม่ได้เหมือนเมื่อก่อน สิ่งที่ผมอยากบอกคือ อย่าได้หลงเข้าไปพัวพันกับการพนันเป็นอันขาด อย่าคิดอยากรู้อยากลอง ไม่มีได้เพราะการพนัน เพื่อนที่คิดว่าเขามาเพื่อปรารถนาดีแต่มาชักชวนให้เล่นการพนัน เพื่อนคนนั้นคบไม่ได้เด็ดขาด (ดังสุภาษิตที่ว่า คบคนพาล พาลพาไปหาผิด คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล)

ผมต้องสู้แค่ไหน ผมลำบากแค่ไหนกว่าจะยืนหยัดขึ้นมาได้ ผมก็อยากเล่าให้หมด แต่มันยาวไป เอาเป็นว่าแค่นี้ก่อนนะครับ ขอบคุณครับ

 

และนี่ก็คือเรื่องราวทั้งหมด เราอ่านแล้วสามารถเอามาใช้ในชีวิตประจำวันได้ คืออยากจะบอกว่าเล่นการพนันไม่ผิด แต่ควรมีลีมิตในการเล่น อย่าได้เอาแต่โลภ เพราะอาจจะหมดตัวได้ง่ายๆ

ประวัตินักเตะ 1-3 ระดับโลก

1.เลียวเนล อันเดรส “เลโอ” เมสซี กูซีตีนี (สเปน: Lionel Andrés “Leo” Messi Cuccitini[4] เสียงอ่าน: [ljoˈnel anˈdɾes ˈmesi]) เกิดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ค.ศ. 1987 เป็นนักฟุตบอลชาวอาร์เจนตินา ปัจจุบันเล่นอยู่ในสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนาและฟุตบอลทีมชาติอาร์เจนตินา ในตำแหน่งกองหน้าหรือปีก เขายังถือสัญชาติสเปนอีกด้วย ซึ่งทำให้เขาถือว่าเป็นนักฟุตบอลยุโรป เขาเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ดีที่สุดในรุ่นของเขา[5][6][7] และมักถูกกล่าวถึงว่าเป็นผู้เล่นร่วมสมัยที่ดีที่สุดในโลก[8]

เมสซีได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของทวีปยุโรปและรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของโลกแห่งปีเมื่อเขาอายุ 21 ปี และได้รับรางวัลในปี ค.ศ. 2009 (นักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของทวีปยุโรปและรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของโลกแห่งปี ค.ศ. 2009)[8][9][10][11] และได้รับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปี ค.ศ. 2010[12] ,2011 และ 2012 สไตล์การเล่นของเขาและความสามารถ มักถูกเปรียบเทียบเสมอเดียโก มาราโดนา ซึ่งพูดถึงเมสซีว่าเป็นผู้สืบทอดจากเขา[13][14]

เมสซีเริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่อายุยังน้อยและบาร์เซโลนาก็ค้นพบแนวโน้มที่ดีของเขาอย่างรวดเร็ว เขาออกจากทีมเยาวชนสโมสรกีฬานิวเวลส์โอลด์บอยส์เมืองโรซารีโอ เมื่อปี ค.ศ. 2000 และย้ายพร้อมครอบครัวไปอยู่ยุโรป โดยบาร์เซโลนาเสนอในการรักษาภาวะขาดฮอร์โมนการเจริญเติบโตให้กับเมสซี เขาเปิดตัวครั้งแรกในฤดูกาล 2004–05 โดยทำลายสถิติทีม โดยเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดที่ทำประตูในลีก เกียรติประวัติในฤดูกาลแรกของเขาคือชนะการแข่งขันในลาลีกาและชนะครั้งที่ 2 ในลีก รวมถึงในแชมเปียนส์ลีก ในปี ค.ศ. 2006 ฤดูกาลแจ้งเกิดของเขาคือฤดูกาล 2006–07 เขาเป็นผู้เล่นในทีมชุดใหญ่เต็มตัว โดยทำแฮตทริกในเอลกลาซีโก จบฤดูกาลยิงประตู 14 ประตู ใน 26 เกมในลีก จากนั้นเมสซีก็ประสบความสำเร็จที่สุดในอาชีพของเขาในฤดูกาล 2008–09 ยิงประตู 38 ประตู เป็นส่วนสำคัญของทีมในการชนะ 3 รายการในฤดูกาลเดียว แต่แล้วสถิตินี้ก็ถูกบดบังไปในฤดูกาลถัดมา ฤดูกาล 2009–10 ที่เมสซียิงประตูไป 47 ประตูในทุกการแข่งขัน เทียบเท่าสถิติของโรนัลโดที่เคยทำให้กับบาร์เซโลนา แต่เขาก็ทำลายสถิตินี้ในฤดูกาล 2010–11 กับประตู 53 ประตูในทุกการแข่งขัน

Continue reading “ประวัตินักเตะ 1-3 ระดับโลก”